Skip to content Skip to footer

Thailand’s New MICE Direction Under Global Tax Pressures ทิศทางใหม่ของไมซ์ไทย ภายใต้แรงกดดันจากนโยบายภาษีโลก

Thailand’s New MICE Direction Under Global Tax Pressures ทิศทางใหม่ของไมซ์ไทย ภายใต้แรงกดดันจากนโยบายภาษีโลก

ในปี 2025 เศรษฐกิจโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจากที่โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อกระตุ้นการผลิตในประเทศและลดการพึ่งพาการนำเข้า โดยเฉพาะกับประเทศที่สหรัฐฯ มองว่ามีการค้าไม่เป็นธรรมจนเกิดการขาดดุลการค้าอย่างหนัก เช่น จีน แคนาดา เม็กซิโก สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ส่งผลให้หลายประเทศต้องเร่งทบทวนกลยุทธ์การค้าของตัวเอง เพราะต้นทุนการนำเข้าสินค้าเพิ่มสูงขึ้นแบบกะทันหันกระทบตั้งแต่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกไปจนถึงต้นทุนการผลิตในหลายอุตสาหกรรม     

MICE Outlook จะพาคุณไปสำรวจว่า อุตสาหกรรมไมซ์ไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากนโยบายการค้าใหม่ของสหรัฐฯ พร้อมถอดรหัส 2 แนวทางสำคัญที่ MICE Intelligence Center มองว่าเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสใหม่ของไมซ์ไทย บนเวทีโลกที่กำลังถูกจัดระเบียบใหม่อีกครั้ง

What MICE need to know?

• ผลเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ออกมาในทิศทางบวก โดยมีอัตราภาษีต่ำกว่า 36% จะทำให้ต้นทุนคงเดิม แต่ผู้ประกอบการส่งออกสามารถเปิดโอกาสเชิงกลยุทธ์ใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ เช่น สุขภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การเกษตรและเทคโนโลยีสีเขียว และหากผู้ประกอบการไมซ์ไทยใช้ข้อมูลเศรษฐกิจและ Big Data เป็นฐานในการวางแผนกลยุทธ์ จะสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ขยายโอกาสในตลาดไมซ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น
• ผลเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ออกมาเป็นลบ โดยมีอัตราภาษีนำเข้าสูงถึง 36% จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่งออกและแรงงาน ทั้งยังกระทบต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม MICE Intelligence Center มองเห็นโอกาสจากวิกฤตผ่าน “5 แนวทางปรับเกมไมซ์ไทย” ที่เริ่มจากการวิเคราะห์ลูกค้าและอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างแม่นยำ, ขยายตลาดสู่ประเทศดาวรุ่งและกระตุ้นตลาดในประเทศ, เร่งนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์, รวมพลังพันธมิตรเพื่อสร้างเครือข่ายแข็งแกร่ง และสร้างคุณค่าแบบ Next Gen ด้วยการออกแบบประสบการณ์งานและวัดผลได้ ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสามารถปรับตัวฝ่าวิกฤตและเติบโตอย่างยั่งยืน

“ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภาษีใหม่-ข้อตกลงการค้าโลกกับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย”

 การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายด้านภาษีและการค้าโลก โดยเฉพาะจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ส่งแรงสะเทือนต่อห่วงโซ่เศรษฐกิจทั่วโลกอย่างชัดเจน สำหรับประเทศไทยเหตุการณ์นี้ได้สร้างความกังวลอย่างมาก ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ในภาคธุรกิจส่งออก แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงอุตสาหกรรมไมซ์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าประเทศไทยจะถูกขึ้นภาษีในระดับไหน แต่ความไม่แน่นอนนี้ได้กลับกลายเป็นโอกาสให้ไทยได้ปรับตัว วางแผนกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือได้ทันท่วงที และสร้างความแข็งแกร่ง ขยายตลาดได้อย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“2 แง่มุมของผลเจรจา แรงขับเคลื่อนและบททดสอบไมซ์ไทย”

 ในขณะที่หลายประเทศกำลังตั้งรับต่อแรงสั่นสะเทือนจากการรีเซ็ตนโยบายการค้าระดับโลก การเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจพลิกโฉมอนาคตของภาคอุตสาหกรรมไทย แม้ดูเหมือนว่าเรื่องภาษีจะเป็นเรื่องไกลตัวของอุตสาหกรรมไมซ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าระดับประเทศส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศของไมซ์ไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน และพันธมิตรทางการค้าจากทั่วโลก โดยงานไมซ์ทำหน้าที่เป็นเวทีเจรจาธุรกิจ ทดลองตลาด และสร้างโอกาสทางการค้า การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าระดับประเทศ เช่น ภาษีนำเข้า-ส่งออก หรือสิทธิประโยชน์ทางการค้า ส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของการจัดงาน ความเชื่อมั่นของผู้เข้าร่วม และการเคลื่อนย้ายสินค้า ซึ่งจากมุมมองของ MICE Intelligence Center การเจรจาเรื่องภาษีครั้งนี้อาจมีผลลัพธ์ได้ 2 แนวทางที่ผู้ประกอบการไมซ์ไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1. ผลเจรจา “เป็นบวก” (โดนน้อยกว่า 36%) และ 2. ผลเจรจา “เป็นลบ” (โดนภาษี 36%)  

ในกรณีที่ 1 ผลเจรจา “เป็นบวก” (โดนน้อยกว่า 36%) หากผลเจรจาระหว่างไทยและสหรัฐฯ ดำเนินไปในทิศทางที่เป็นบวก ผลลัพธ์จะไม่เพียงลดแรงกดดันด้านต้นทุนสำหรับผู้ประกอบการส่งออก และประเทศไทยยังคงต้องช่วงชิง “โอกาสเชิงกลยุทธ์” และ “ฉวยโอกาส” โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ เช่น  

• ตลาดท่องเที่ยวเชิงแพทย์และสุขภาพของไทย: ตลาดท่องเที่ยวเชิงแพทย์และสุขภาพของไทยมีมูลค่า 31.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 13% เพื่อขยายตัวสู่มูลค่า 110.1 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2034 (ข้อมูลจาก Global Market Insights)
• เศรษฐกิจสร้างสรรค์: ประเทศไทยมีสัดส่วนประมาณ 8–10% ของ GDP ในปี 2566-2568 รายได้จาก Soft power และการส่งออก Creative รวมกว่า 3.3 แสนล้านบาท รัฐสนับสนุนผ่านนโยบายทรัพย์สินทางปัญญา (IP), เมืองสร้างสรรค์ และงานอีเวนต์หลากหลาย การลดภาษีสินค้าพลังงาน อุปกรณ์เทคโนโลยี และเครื่องมือขั้นสูงจากสหรัฐฯ ช่วยให้ผู้จัดงานเข้าถึงทรัพยากรคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น
• การเกษตรและเทคโนโลยีสีเขียว: การส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ ส่วนหนึ่งของตลาดสีเขียวไทย มีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี โดยส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งแสดงถึงการเติบโตของสินค้าและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในภาคเกษตร ขณะเดียวกัน ไทยยังขยายการลงทุนในผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว เช่น การใช้เศษขวดรีไซเคิลในอุตสาหกรรมฉนวนกันความร้อน และตลาดพลังงานสีเขียวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังมีมูลค่า 4.15 พันล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน และคาดว่าจะขยายตัวเป็น 97.08 พันล้านดอลลาร์ในปี 2577 โดยไทยมีการเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สะท้อนถึงการเติบโตของการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์และการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวในภาคอุตสาหกรรมและพลังงาน  และขยายโอกาสในตลาดโลกควบคู่ไปกับการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

  ขณะเดียวกัน การลดภาษีด้านสินค้าพลังงาน อุปกรณ์เทคโนโลยี และเครื่องมือบริการขั้นสูงจากสหรัฐฯ ยังช่วยให้ผู้จัดงานเข้าถึงทรัพยากรคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น MICE Intelligence Center วิเคราะห์ว่า หากไทยเดินหน้ากับข้อตกลงทางภาษีอย่างมีทิศทาง และใช้ข้อมูลเศรษฐกิจเป็นฐานในการเจรจา อุตสาหกรรมไมซ์จะไม่เพียงปรับตัวได้ในภาวะกดดัน แต่สามารถใช้จังหวะนี้สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ (Cross-border Collaboration) ผ่าน Roadmap การปรับตัวของผู้ประกอบการไมซ์ วางแผนจาก Data & Statistics ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย และใช้ Big Data วิเคราะห์ Demand ของงานไมซ์ตามกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น FoodTech, GreenTech, หรือ BioInnovation

 กรณีที่ 2: ผลเจรจา “เป็นลบ” (โดนภาษี 36%) หากไทยต้องเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ สูงถึง 36% ซึ่งมากกว่าคู่แข่งโดยตรงอย่างเวียดนาม (20%) และอินโดนีเซีย (19%) ผลกระทบจะลามเป็นลูกโซ่ตลอดทั้งระบบเศรษฐกิจ เช่น การส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งจะถูกลดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในหมวดที่ผู้ซื้อสหรัฐฯ มีตัวเลือกจากหลายประเทศ โดยคาดว่าความเสียหายรวมในอุตสาหกรรมอาจสูงถึง 497,000 ล้านบาท และความเสียหายในตลาดแรงงานจะรุนแรง โดยอาจมีแรงงานตกงานเกินกว่า 1 ล้านตำแหน่ง ภายในปี 2028 โดยส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในภาคการผลิต ทำให้การบริโภคภายในประเทศหดตัวและส่งผลต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโดยรวม

อย่างไรก็ตาม MICE Intelligence Center มองเห็นโอกาสใหม่ในความท้าทายนี้ผ่านแนวทาง “5 กลยุทธ์ปรับเกมไมซ์ไทย ฝ่าวิกฤต สู่โอกาสใหม่” ที่จะช่วยผู้ประกอบการปรับตัวตั้งแต่ประเมินความเสี่ยงจนถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรและนวัตกรรม โดยใน กลยุทธ์ที่ 1 SCAN & STRATEGIZE ต้อง “รู้เขารู้เรา” วิเคราะห์ลูกค้าหลักและอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออกที่อาจปรับลดงบประมาณจัดงาน ปรับกลยุทธ์ไมซ์ใหม่จากการขายแบบ One-size-fits-all สู่ “แพ็กเกจที่ยืดหยุ่น + วัดผลได้”รวมถึงติดตามนโยบายการค้าโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนเชิงรุก “เปลี่ยนจากการนำเสนอสิ่งที่เรามี สู่การนำเสนอสิ่งที่นักเดินทางไมซ์พร้อมจ่าย

กลยุทธ์ที่ 2 EXPAND & DIVERSIFY เมื่อตลาดผันผวน ประเทศไทยสามารถ Go Borderless ได้ ผ่านการบุกตลาดดาวรุ่งอย่างประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศแถบตะวันออกกลาง และประเทศแอฟริกา จากศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความต้องการจัดกิจกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ช่วยกระจายความเสี่ยง เปิดช่องทางสร้างรายได้ใหม่ในระยะยาว ในขณะเดียวกัน กลับมาปลุกตลาดในประเทศด้วยงานไมซ์แบบ “มีเรื่องราว และ แต่งเติมประสบการณ์ส่วนบุคคล (Personalized Experience)” กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้หมุนเวียน การผสมผสานกลยุทธ์ทั้งสองมิติจะเป็นกุญแจสำคัญในการวางรากฐานให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยแข่งขันได้ในระดับสากล

 กลยุทธ์ที่ 3 INNOVATE TO WIN เปิดโหมดเร่งเทคโนโลยี เสริมสปีดอุตสาหกรรมไมซ์ ใช้ AI และ Data Analytics วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ร่วมงานแบบเรียลไทม์, ทำ Personalization เช่น แนะนำ Session/Booth ตามความสนใจ, พัฒนา Virtual Events หรือ Metaverse Experience เพื่อเจาะกลุ่มที่ไม่สามารถเดินทางได้, กลยุทธ์ที่ 4 COLLAB IS POWER “รวมพลังพันธมิตร สร้างเครือข่ายแข็งแกร่ง” ไมซ์ยุคใหม่ต้อง “Collab” ให้เป็น เพื่อจับมือกับอุตสาหกรรมที่เด่น เช่น Health Tech, Wellness Tourism, EdTech, รวมกลุ่มทำ Regional MICE Cluster กลยุทธ์ที่ 5 REDEFINE VALUE “สร้างคุณค่าแบบ Next Gen โดยสร้างประสบการณ์ จากงาน “ที่มานั่งฟัง” เป็นงาน “ที่อยากแชร์ต่อ และอยากกลับมาร่วมงานอีกครั้ง” พร้อมเปลี่ยนบทบาทเป็น Strategic Partner ให้คำปรึกษา และเสนอแผนที่วัด ROX (Return of Experience) ได้, ตั้ง Niche Experience MICE เช่น Wellness MICE สำหรับสายสุขภาพ, LGBTQ+ MICE ที่เข้าใจความหลากหลาย เป็นต้น

ไม่ว่าผลการเจรจาทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ จะออกมาในทิศทางใด อุตสาหกรรมไมซ์ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงอย่างมีแผนและมีข้อมูลรองรับ และพร้อมเปลี่ยนบทบาทจากผู้จัดงานเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล ความเข้าใจนักเดินทางไมซ์ และเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้แข็งแกร่งในทุกสถานการณ์

 ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ถือเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ และทิศทางของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย การเตรียม “รับมือ” และ “ปรับตัว” จึงเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ประกอบการควรมองทั้งสองด้านของสถานการณ์ หากการเจรจาออกมาดี ไทยอาจได้โอกาสใหม่จากการเปิดตลาดสินค้านำเข้า-ส่งออก และการจับคู่ธุรกิจใหม่กับพันธมิตรต่างประเทศ  

  แต่หากเจรจาไม่เป็นผลดีต้องเสริมฐานธุรกิจในประเทศดึงจุดแข็งของไทย เช่น soft power, ความเป็นท้องถิ่น (localism) และคุณค่าที่เลียนแบบไม่ได้ มาเป็นตัวสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่ม โดยอุตสาหกรรมไมซ์จะยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะผ่านการจัดงานที่ส่งเสริมการลงทุน เทคโนโลยีใหม่ หรือการเปิดตลาดสินค้าและบริการของไทยสู่สายตาชาวโลก ขอเพียงผู้ประกอบการ “มองให้ขาด ปรับให้ไว และเดินเกมให้กล้า” ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจโลกเช่นนี้

MICE Outlook ฉบับหน้า ห้ามพลาด! เตรียมพบกับบทความวิเคราะห์ “หลังการเจรจาภาษี” ที่จะพลิกเกมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไมซ์ พร้อมแนะแนวทางใหม่ ๆ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ผ่าน Partnership Platform เครื่องมือสำคัญในการสร้างพันธมิตร และต่อยอดโอกาสธุรกิจภายใต้กรอบเศรษฐกิจใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แหล่งอ้างอิง :

• ภาษีทรัมป์ 36% หายนะ ‘ศก.ไทย’ 3 แบงก์ห่วง เกมการค้าสหรัฐ กระทบ 1.2 ล้านล้าน: https://www.bangkokbiznews.com/finance/investment/1190012
• หายนะภาษี 36% บีบแรงงาน 20 ล้านคนตกงาน: https://www.youtube.com/watch?v=sqgvlYnFFUI
•‘BOI’ เจาะ 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย งัดยุทธศาสตร์ผูกซัพพลายเชนกับสหรัฐฯ ชูแต้มต่อเหนือแรงกดดันภาษี: https://thestandard.co/boi-5-industries-us-supply-chain/?fbclid=IwQ0xDSwLkEOpleHRuA2FlbQIxMQABHoUhhLwC5s3eyPC2mUgew2R2ON6e96lJ83i4MQbpkHpUsirZall9JHqnQG42_aem_4tbfQsyVDdNfCwDFFf1g9Q
• Dr. Suvit Maesincee’s: https://www.facebook.com/share/p/16tcze4V52/?mibextid=wwXIfr
• Thailand Medical and Wellness Tourism Market Size: https://www.gminsights.com/industry-analysis/thailand-medical-and-wellness-tourism-market
• Creative Industry: https://www.usasean.org/article/thailands-soft-power-creative-economy, https://www.thailand-business-news.com/marketing/206499-government-enhances-soft-power-through-creative-industry-initiative
• Green Technology: https://www.eppo.go.th/index.php/th/petroleum/item/21500-articles-energy-2025-03-31-03, https://phitsanulok.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/85476, https://www.khaosod.co.th/technologychaoban/featured/article_300056,